[OS EXO] Pregnancy

posted on 30 May 2012 18:05 by yyworld in iFic

 

Title : Pregnancy

Paring : HunHan

Rate : PG-13

Author’s note : เป็นวันช็อตที่ยาวมากและเวิ่น ประเด็นไม่มี สาระไม่ได้ อยากแต่งเฉยๆ =___=!

 

 

 

 

[OS EXO] Pregnancy

 

 

 

            “ลื้อว่ายังไงนะอาลู่!” เสียงทุ้มของชายวัยกลางคนตวาดก้องห้องนั่งเล่น ใบหน้ามีอายุของผู้เป็นผู้นำครอบครัวขึ้นสีจัดบ่งบอกถึงอารมณ์ตอนนี้ได้เป็นอย่างดี สายตาคมถลึงจ้องใบหน้าขาวของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกชายนิ่ง

 

            “อาป๊า ลื้อใจเย็นๆ ก่อนนะ ดูสิอาลู่อีร้องไห้ใหญ่แล้ว” ภรรยาหันไปปรามสามีให้อารมณ์เย็นลงขณะที่ตัวเธอกำลังกอดปลอบลูกชายตัวน้อยที่กำลังกลั้นสะอื้นอยู่ในอ้อมอก

 

            “จะให้อั๊วเย็นได้ยังไงอาม๊า ลื้อไม่ได้ยินที่อาลูกชายลื้อพูดเหรอ ไหนลื้อพูดอีกทีให้อาม๊าลื้อได้ยินชัดๆ ซิอาลู่!”

 

            “อาป๊า!” หญิงสาวร้องปรามสามีที่ตอนนี้เรียกว่าอารมณ์คงพุ่งจนฉุดไม่อยู่อีกต่อไปอย่างนึกฉุนขึ้นมาบ้าง ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยอะไรต่อไปมือบางของลูกชายสุดที่รักก็ดันไหล่เธอออกเล็กน้อยก่อนร่างที่กำลังสั่นไหวจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้เป็นบิดา

 

            “ถ้าอาป๊าอยากฟัง ลู่ก็จะพูดให้ฟัง.....ลู่บอกว่าลู่ ‘ท้อง’ ได้สองเดือนแล้ว!” ร่างเล็กเอ่ยเสียงเรียบทว่าเน้นหนักที่คำสำคัญ ใบหน้าใสอาบไปด้วยน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด ดวงตากลมใสไหวระริกด้วยความเจ็บปวดเมื่อเห็นสีหน้าที่ยิ่งขึ้นสีจัดหลังจากฟังประโยคน่าตกใจของเค้าเป็นครั้งที่สองของผู้เป็นพ่อ

 

            “ทำไมลื้อถึงทำตัวแบบนี้ห๊ะลู่หาน! อั๊วส่งลื้อไปไกลถึงเกาหลีเพื่อให้ไปเรียนหนังสือ ไม่ได้ส่งให้ลื้อไปใจแตกแบบนี้!” เสียงทุ้มตวาดก้องอย่างเกรี้ยวกราดจนคนตัวเล็กสะดุ้งด้วยความตกใจ คำพูดรุนแรงตอกเข้ากลางอกจนรู้สึกชาไปหมด ทำนบน้ำตาที่เหมือนจะเหือดแห้งไปกลับเอ่อเต็มขึ้นมาใหม่ ปากบางเม้มแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น

 

            “อาป๊า ลื้อพูดแรงไปแล้วนะ” ภรรยาสาวว่าอย่างไม่ชอบใจเมื่อเริ่มรู้สึกว่าสามีของเธอนั้นชักจะใช้คำพูดรุนแรงกันลูกมากไปแล้ว

 

            “แรงยังไง อั๊วก็แค่พูดความจริง แล้วลื้อคอยดูนะว่าเป็นแบบนี้แล้วไอ้พ่อของเด็กมันจะรับผิดชอบมั้ย!”

 

            “ทำไม ฮึก...ทำไมเซฮุนถึงจะ อึก....ไม่รับผิดชอบล่ะ...ในเมื่อเค้ารักลู่!”  ปากบางขยับตอบโต้บิดาอย่างไม่ยอมแพ้จนชายวัยกลางคนอารมณ์ขึ้นหน้ามากกว่าเดิม

 

            “มั่นใจนักนะอาลู่ ลื้อจะไปรู้อะไร ไอ้หมอนั่นมันอายุแค่นั้นมันจะมาดูแลอะไรลื้อได้ ลื้อจำคำอั๊วไว้นะอาลู่ มันไม่มีทางจะมารับผิดชอบลื้อเพื่อไปก่อเป็นภาระของตัวเองหรอก จำไว้!” ชายหนุ่มกดเสียงต่ำในท้ายประโยคก่อนจะเดินขึ้นบ้านไป ทิ้งให้ภรรยาและลูกชายมองตามไปด้วยความรู้สึกแตกต่างกัน

 

            ร่างเล็กของผู้เป็นมารดาทรุดลงนั่งก่อนจะโอบร่างบอบบางของลูกชายเข้ามาไว้ในอ้อมกอด มือเรียวลูบแผ่นหลังบางที่กำลังไหวอย่างน่าสงสารเป็นการปลอบประโลม เสียงสะอื้นจากร่างเล็กในอ้อมกอดดังขึ้นไม่ขาดสายจนเธอทั้งเจ็บทั้งสงสาร ใจหนึ่งเธอก็เข้าใจว่าผู้เป็นสามีนั้นรู้สึกอย่างไร แต่อีกใจหนึ่งเธอก็เข้าคนเป็นลูกอย่างลู่หานด้วยเช่นกัน

 

            ผ่านไปไม่นานนักปากบางก็เม้มเข้าหากันจนห้อเลือดอย่างพยายามกลั้นเสียงสะอื้น ใบหน้าหวานใสที่เต็มไปด้วยน้ำตาเงยขึ้นมองมารดาที่กำลังน้ำตาปริ่มใกล้จะร้องตามเค้าอยู่รอมร่อ มือบางยกขึ้นกุมมือเล็กของผู้เป็นแม่เอาไว้หลวมๆ ก่อนจะคลี่รอยยิ้มบางที่ดูเศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่คนเป็นแม่จะเคยเห็นจากลูกคนนี้

 

 

            “ลู่ต้องกลับแล้วนะฮะ ม๊าดูแลตัวเองดีๆ นะ แล้วก็อย่าให้ป๊าอารมณ์เสียบ่อยๆ นะ แต่ก็คงไม่แล้วแหละเนอะ เพราะเดี๋ยวลู่ก็ไม่ได้กลับบ้านบ่อยๆ แล้วล่ะ” เสียงใสหัวเราะเบาๆ อย่างฝืนทน วงแขนเรียวโอบกอดผู้เป็นมารดาเบาๆ ก่อนร่างเล็กจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ยิ้มส่งให้มารดาที่มองมาอย่างเป็นห่วงแล้วหันหลังเดินออกไปขึ้นรถของบริษัทที่มาจอดรออยู่แล้วโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

 

            “ไหวมั้ยลู่หาน?” เสียงเรียบทุ้มของชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาที่นั่งอยู่ด้านหน้าเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าใบหน้าน่ารักของสมาชิกตัวน้อยที่มักจะมีรอยยิ้มอยู่เสมอบัดนี้กลับเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด ไหนจะดวงตาบวมช้ำกับจมูกเล็กที่ขึ้นสีนั่นอีก

 

            ร่างเล็กไม่ตอบกลับไปเพียงแต่ยิ้มบางกลับไปให้คนเป็นหัวหน้า ก่อนจะหันไปซบลงกับไหล่บางของเพื่อนแก้มป่องที่นั่งทำหน้าเป็นห่วงอยู่ข้างๆ แทน เปลือกตาบางค่อยปิดลงอย่างอ่อนล้าพลันคนตัวเล็กก็เคลิ้มหลับไปเนื่องจากแรงที่ลูบไปมาอย่างแผ่วเบาจากฝ่ามือเล็กของมินซอก

 

            บุคคลทั้งห้ามองหน้ากันอย่างหนักใจ หากสภาพจิตใจของคนตัวเล็กย่ำแย่เช่นนี้พวกเค้าจะทำอย่างไรดีเพราะต่อจากนี้มีงานที่หนักกว่ารอพวกเค้าอยู่ การกลัวจะเสียงานนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งแต่ที่เป็นห่วงจริงๆ คือสุขภาพของคนตัวน้อยนี่ต่างหากเพราะตอนนี้ไม่ได้มีตัวคนเดียวแล้ว หากเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา ‘หลานตัวน้อย’ ของพวกเค้าก็จะพลอยไม่แข็งแรงไปด้วย

 

            สมาชิกทุกคนถอนหายใจอย่างจนปัญญาก่อนจะหันกลับไปสนใจสิ่งที่ตัวเองทำค้างเอาไว้หลังจากไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา อย่างน้อยๆ สิ่งที่น่าจะดีที่สุดตอนนี้สำหรับลู่หานก็คงจะเป็นการได้กลับไปเกาหลีเพื่อพบกับคนที่เจ้าตัวคงจะคิดถึงมากที่สุดในตอนนี้.......โอ เซฮุน

 

 

            “ก่อ....ลู่เก่อ ถึงหอแล้วนะฮะ ตื่นได้แล้ว”

 

            เปลือกตาบางค่อยๆ ปรือขึ้นมองคนปลุก ร่างบางกระพริบตาสองสามครั้งเพื่อปรับโฟกัสก่อนจะเห็นใบหน้าที่ดูง่วงนอนหนักกว่าตัวเองหลายเท่ากำลังมองมาตาปริบ ใบหน้าใสหันมองรอบๆ ก่อนจะเห็นว่าสมาชิกคนอื่นกำลังทยอยขนกระเป๋าขึ้นหอกันอยู่ ร่างเล็กหันไปปลุกเพื่อนแก้มป่องที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่ข้างๆ กันให้ตื่นขึ้นแล้วหันไปขอบคุณน้องเล็กที่ช่วยปลุกพวกเค้า เมื่อเห็นว่ามินซอกงัวเงียตื่นขึ้นมาแล้วคนตัวเล็กจึงเดินไปรับกระเป๋าเพื่อขึ้นห้องบ้าง

 

            สมาชิกเอ็กซ์โอเอ็มลงไปเกลือกกลิ้งกับที่นอนทันทีที่ถึงห้อง ทุกคนดูจะเหนื่อยล้ากับการเดินทางที่ถึงแม้ระยะทางจะไม่ได้ไกลมากแต่หากบวกกับตารางงานที่แน่นขนัดที่จีนก็ทำเอาบรรดาเหล่าสมาชิกถึงกับสิ้นฤทธิ์ไปตามๆ กัน จะเว้นเสียก็แต่...

 

           

            “ลู่หานฮยอง เป็นอะไรรึเปล่า?”

 

            คนถูกเรียกหันไปมองน้องชายตัวโตที่ยืนรออยู่หน้าห้องน้ำด้วยสีหน้าเป็นห่วง มือบางรับผ้าขนหนูจากเพื่อนแก้มยุ้ยที่ทำหน้าตาตกใจตามมาสมทบมาซับใบหน้าชุ่มน้ำเบาๆ ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มสวยบางๆ พลางส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ

 

 

            “ก็แค่คลื่นไส้นิดหน่อย ไม่เป็นอะไรมากหรอก อย่าเป็นห่วงไปเลยน่าจงแด ดูสิมินซอกตื่นตูมตามไปด้วยเลย”

 

            จงแดหัวเราะตามพี่ชายตัวเล็กอย่างเห็นด้วยในคำตอบ ทำเอาคนถูกพาดพิงถึงอดจะทำหน้าตูมใส่ทั้งสองคนเสียไม่ได้ โธ่ ไอ้เราก็อุตส่าห์เป็นห่วง มาแกล้งกันซะได้นะลู่หาน!

 

            จงแดกับมินซอกมองตามร่างผอมบางของลู่หานไปอย่างเป็นห่วง ถึงแม้ว่าอาการแพ้ท้องของคนตัวเล็กจะไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ว่าพวกเค้าก็ไม่เคยชินเสียที มีครั้งหนึ่งที่มินซอกตามเข้าไปในห้องน้ำด้วยความเป็นห่วงปรากฏว่าภาพที่เห็นทำเอาคนแก้มป่องแทบจะเป็นลมไปเลย เพราะลู่หานตอนนั้นดูเหมือนคนกำลังจะหมดแรงตายไปตรงนั้นเสียให้ได้ ร่างบางดูน่าสงสารจนเจ้าของฉายาซาลาเปาทนไม่ไหวต้องรีบออกมาบอกให้จงแดตามเข้าไปดูแทน หลังจากนั้นมาพวกเค้าจึงเป็นห่วงกับอาการแพ้ของลู่หานมาก เพราะถ้าหากคนตัวเล็กเกิดเป็นอะไรจริงๆ น้องเล็กฝั่งเคคงไม่ไว้หน้าแน่

 

 

            “แพ้อีกแล้วเหรอลู่เก่อ?”

 

            ลู่หานเงยหน้าขึ้นยิ้มพร้อมพยักหน้าเบาๆ ให้กับเด็กน้อยแฝดแพนด้าที่กำลังเกาะเคาน์เตอร์มองเค้าดื่มนมตาปริบอย่างนึกเอ็นดู มือเรียวจัดแจงรินนมจืดลงแก้วเปล่าอีกใบยื่นให้น้องเล็กด้วย

 

 

            “นิดหน่อยน่ะ แล้วนี่อี้ชิงกับตุ้ยจ่างไปไหนซะล่ะ?” มือบางยกนมขึ้นจิบพลางเอ่ยถามถึงเพื่อนหน้าโหดกับน้องชายตัวโย่งที่หายเงียบไปเลยหลังจากกลับถึงหอพัก ทั้งๆ ที่ปกติคริสจะต้องมาคอยบ่นพวกเค้าซักสองสามคำก่อนจะเข้าไปนอน ส่วนชิงชิงเก่อของน้องๆ ก็จะต้องมาคอยเล่นมุกให้เด็กๆ ขำกันท้องคัดท้องแข็งกันไปข้าง

 

            “หลับไปแล้วน่ะฮะ คริสเก่อไม่ได้นอนมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ส่วนชิงชิงเก่อเหมือนจะเล่นมากไปหน่อยตอนอยู่บนรถ พอถึงหอปุ๊บก็เลยแบตหมดไปแล้ว” เถาตอบพี่ชายตัวเล็กพลางยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวหมดก่อนจะรับแก้วเปล่าจากอีกคนมาถือเอาไว้พร้อมกับส่งยิ้มหวานให้

 

            “ลู่เก่อไปพักผ่อนเถอะฮะ เดี๋ยวผมล้างแก้วให้เอง” ฉีกยิ้มแฉ่งให้คนเป็นพี่อีกหนึ่งทีก่อนจะหันกลับไปล้างแก้วเปล่าทั้งสองใบ ปล่อยให้คนตัวเล็กต้องยอมเดินกลับเข้าไปที่ห้องนั่งเล่นแต่โดยดี

 

            “ลู่หานนนนน เล่นเกมกันเถอะ >O<” เสียงเล็กของซิ่วหมินพรือมินซอกดังทะลุแก้วหูทันทีที่ขาเรียวก้าวเข้ามาเหยียบห้องนั่งเล่น ดวงตากลมกวาดมองเพื่อนตัวเล็กที่นั่งทำหน้าทำตาวิ้งๆ ใส่เค้าอยู่บนพื้นหน้าจอทีวีโดยมีน้องชายตัวโตที่นั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ข้างๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเมื่อครู่คงจะทะเลาะอะไรกันอยู่แน่ๆ

 

            “เป็นอะไรล่ะจงแดหน้างอนเชียว”

 

            “ก็มินซอกฮยองไม่ยอมให้ผมเล่นเกมด้วยอะลู่หานฮยอง เอาแต่บอกว่าไม่อยากเล่นกับผม!” เสียงทุ้มเอ่ยฟ้องพี่ใหญ่เสียหมดเปลือกจนอีกคนตาโต คนกลางยิ้มขำกับทาทางเหมือนเด็กน้อยของน้องชายตัวสูง ก่อนร่างขาวจะหันไปพูดกับเพื่อนตัวเล็กที่กำลังทำหน้าเหมือนอยากจะกินหัวน้องอยู่รอมร่อ

 

            “เล่นกับจงแดไปเถอะมินซอก วันนี้ชั้นขอผ่านดีกว่า” บอกเพื่อนแก้มตุ่ยยิ้มๆ ทว่าเป็นประโยคที่ทำเอาเจ้าของพลังน้ำแข็งถึงกับหน้ามุ่ย ซึ่งผิดกับอีกคนที่ถูกเอ่ยถึงที่กำลังยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียมอยู่

 

            “โธ่ ก็ชั้นอยากเล่นกับลู่หานนี่นา อยากแก้มืออ่า” มือเล็กฟาดลงบนต้นแขนคนช่างฟ้องไม่เบานักพลางว่าเข้าให้ แก้มป่องถูกพองออกให้ป่องกว่าเดิมเมื่อเจ้าตัวแสดงอาการกระเง้ากระงอดกับเพื่อนตัวเล็กเป็นเด็กๆ ซึ่งน่ารักซะจนลู่หานต้องยกมือขึ้นบีบแก้มนิ่มเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยวเรียกสายตาอิจฉาจากใครบางคนได้ดีทีเดียว

 

            “ชวนแฟนผมเล่นเกมแบบนี้ เดี๋ยวลูกผมก็กลายเป็นเด็กติดเกมพอดีสิครับพี่มินซอก” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นหน้าห้องนั่งเล่นเรียกความสนใจจากทั้งสามคนได้เป็นอย่างดี เมื่อหันไปก็พบว่าเจ้าของประโยคเย้าแหย่นั่นคือโอ เซฮุนน้องเล็กจากฝั่งเคนั่นเอง ร่างสูงอยู่ในชุดลำลองสบายๆ ในมือมีถุงซึ่งบรรจุของกินจิปาถะอยู่เต็ม

 

            “คนอื่นไม่มาด้วยเหรอเซฮุน?” มินซอกเอ่ยถามน้องชายตาแป๋ว

 

            “หมดสภาพกันไปหมดแล้วครับ เห็นว่าขอพักเอาแรงก่อนแป๊บนึง แล้วเดี๋ยวจะเข้ามาน่ะ” ตอบกลับพี่ตัวกลมพลางขายาวก้าวเข้ามาส่งของให้กับพี่ๆ ทั้งสองคนที่รอรับอยู่แล้วก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ คนรักพร้อมสวมกอดคนตัวเล็กที่ตาเริ่มแดงเบาๆ

 

            “คิดถึงจังเลย เหนื่อยมั้ยครับลู่หานฮยองของเซฮุน” น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามคนในอ้อมกอดเบาๆ พลางโยกตัวไปมาน้อยๆ เหมือนกล่อมเด็ก ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านอยู่ในอกทำเอาก้อนสะอื้นวิ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอจนคนตัวเล็กหายใจไม่ออก เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะบินกลับเกาหลี พลันน้ำใสก็กลิ้งออกจากลูกแก้วคู่สวยอย่างสุดจะกลั้น มือเรียวยกขึ้นกอดตอบคนรักอย่างต้องการที่พึ่ง แม้เค้าจะไม่ใช่คนขี้แยแต่ครั้งนี้ก็สุดกลั้นจริงๆ

 

            เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่ดีเท่าไรมินซอกจึงรีบลากคนอายุน้อยกว่าออกไปด้านนอก ทิ้งให้คู่รักได้มีโอกาสคุยกันตามลำพัง มือแกร่งลูบกลุ่มผมนิ่มไปมาเบาๆ พร้อมกับประจูบลงที่ขมับบางอย่าแสนรัก อ้อมกอดแกร่งยิ่งกระชับแน่นขึ้นเมื่อรู้สึกถึงแรงสั่นที่แรงขึ้นในอ้อมกอด คนตัวเล็กของเค้ากำลังร้องไห้อย่างหนัก.............โดยที่เค้าช่วยอะไรไม่ได้เลย

 

 

            “ไม่เป็นไรนะฮยองน้อยของผม ผมจะดูแลพี่เอง” พูดเพียงแค่นั้นก่อนที่ร่างสูงจะกอดปลอบคนตัวเล็กอยู่อย่างนั้นกระทั่งร่างขาวเผลอหลับไป

 

            เซฮุนค่อยๆ วางร่างบอบบางของคนรักลงบนเตียงพร้อมกับห่มผ้าให้อย่างเบามือ นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ระใบหน้าขาวออกก่อนจะประจูบลงบนหน้าผากเนียนอย่างแสนรัก เวลานี้คนรักของเค้าช่างดูเปราะบางราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงเสียให้ได้ ดวงตากลมที่เคยทอประกายสดใสกลับบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักด้วยสาเหตุที่แม้คนตัวเล็กไม่บอกเค้าก็