[OS] Monday to Sunday(MinhyukxIlhoon)

posted on 26 Feb 2013 22:15 by yyworld in iFic directory Fiction

Title : Monday to Sunday

Rate : PG

Pairing : Minil

Theme song : Monday to Sunday - BTOB

Author’s Note : หาอ่านไม่ได้ก็เขียนมันเองซะเลย อิยะฮ่าฮ่า

Order : XI

 

 

 

[OS] Monday to Sunday

 

 

 

 

 눈을   똑같이 말할  

ยามที่คุณมองตาผม ยามที่เราพูดอะไรออกมาเหมือนกัน 

 정말 안아주고 싶었어 

มันทำให้ผมอยากจะกอดคุณขึ้นมาจริง ๆ 

 

 

 

 

“ขอน้ำส้มแก้วนึงครับ/ขอน้ำส้มแก้วนึงครับ!”

 

เสียงสองเสียงดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย จะต่างก็ตรงที่เสียงหนึ่งพูดด้วยโทนปกติธรรมดาในขณะที่อีกเสียงแผดลั่นเสียจนคนแทบทั้งโรงอาหารต้องหันมามอง เจ้าของดวงหน้าอิ่มอุทานน้อยๆ พลางหันมาทำตาโตใส่คนที่ใจตรงกันเมื่อครู่ด้วยความตกใจ หัวกลมผงกลงน้อยๆ พร้อมยิ้มเผล่ให้เล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

 

 

“เชิญรุ่นพี่ก่อนเลยฮะ”

 

“ไม่เป็นไร เราสั่งก่อนเลยดูท่าจะรีบ”

 

คนอายุมากกว่าเอ่ยกับรุ่นน้องที่ท่าทางว่าจะรีบยิ้มๆ จนคนฟังอดจะเก้อเขินขึ้นมาหน่อยๆ เสียไม่ได้ นักเรียนชายในชุดนักเรียนหลุดลุ่ยไม่ค่อยเรียบร้อยหันไปสั่งเครื่องดื่มรสเปรี้ยวอมหวานพร้อมจ่ายเงิน รับเอาแก้วมาถือไว้ก่อนจะเดินกลับไปโดยไม่ลืมก้มหัวขอบคุณรุ่นพี่ใจดีอย่างมีมารยาท ปล่อยให้คนใจดีมองตามจนถูกเพื่อนกระทุ้งสีข้างเข้าให้

 

 

“แหม เพิ่งรู้นะว่าครับว่าอีมินฮยอกนี่ใจดีเรี่ยราดไปทั่วแบบนี้”

 

คนถูกว่าใจดีเรี่ยราดหันไปแยกเขี้ยวใส่คุณเพื่อปากเปราะที่ดันแซวอะไรไม่เป็นเวล่ำเวลาเป็นเชิงบอกให้หุบปาก เมื่อหางตาเหลือบเห็นยุกซองแจหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของเด็กปีหนึ่งแก้มยุ้ยคนเมื่อกี้เดินใกล้เข้ามา แน่ล่ะ เขายังไม่อยากตกเป็นประเด็นสนทนาในกลุ่มของจองอิลฮุนหรอกนะ

 

 

“น้ำส้มได้แล้วจ๊ะ”

 

ชายหนุ่มยื่นมือออกไปรับแก้วเครื่องดื่มสีสดใสพร้อมเอ่ยคำขอบคุณกับคุณป้าเจ้าของร้าน ก่อนจะหันกลับมาลากเอาไอ้เพื่อตาขีดตัวดีที่ยืนหน้าซื่ออยู่ติดมือกลับไปด้วยกัน

 

 

“ไม่ยักรู้นะว่าท่านประธานอีผู้ลือลั่นเรื่องระเบียบวินัยจะปล่อยผ่านเด็กนักเรียนที่แต่งตัวไม่เรียบร้อยแบบนั้นไป”

 

มินฮยอกกลอกตาไปมาอย่างเหนื่อยใจจะพูดกับไอ้เพื่อนที่ไม่รู้เขาหน้ามืดตามัวยังไงถึงได้ไปคว้ามันมาเป็นเพื่อน เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงกับเก้าอี้ประจำตำแหน่งพร้อมวางแก้วเครื่องดื่มสุดโปรดของใครบางคนไว้บนที่รอง ก่อนจะเริ่มลงมือสะสางงาน

 

 

“ทำเป็นไม่สนนะ ถามจริงเหอะ แกไม่คิดจะจีบไอ้เด็กแก้มยุ้ยคนนั้นจริงๆ จังๆ บ้างรึไงวะ?”

 

เอ่ยถามเพื่อนสนิทที่เอาแต่มองอยู่ห่างๆ อย่างไม่เข้าใจ ก็นะ ในเมื่อเพื่อนเขาทั้งหน้าตาดี มีฐานะ การเรียนก็ดี กีฬาก็เก่ง แถมฮอตไม่ใช่น้อยๆ ขนาดนี้แต่ดันไม่ยอมเข้าไปจีบซักที อีกทั้งฝ่ายนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะป๊อปน้อยซะเมื่อไหร่ ในเมื่อใครๆ ก็รู้จักจองอิลฮุน เด็กปีหนึ่งที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา ถึงจะเป็นพวกเรียนกลางๆ แต่เรื่องกิจกรรมนี่ขอให้บอกจองอิลฮุนไม่เคยพลาด แถมยังเป็นพวกมนุษยสัมพันธ์ดีเกินขนาดถึงได้ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนอยากทักอยากรู้จักเต็มไปหมด แค่คิดแทนเขายังอดจะหวงแทนไม่ได้เลย แบบนี้จะไม่ให้สงสัยได้ยังไง

 

ด้านคนถูกถามก็ได้แต่ถอนหายใจทิ้งพลางเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนที่ยืนค้ำโต๊ะหน้านิ่วคิ้วขมวดประหนึ่งเป็นปัญหาของตัวเองอยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะเคาะปากกาลงกับกองเอกสารที่มีป้ายไม้สามเหลี่ยมถูกสลักว่า‘รองประธานนักเรียน’วางทับอยู่

 

 

“มันไม่ใช่เรื่องของแกปะวะซออึนกวัง? ถ้ามีเวลามากขนาดมานั่งซักไซ้ฉันล่ะก็ จะบอกให้ฮยอนชิคแบ่งงานจากชางซอบมาให้นะ”

 

กระพริบตาปริบๆ ส่งท้ายให้เพื่อนรักที่ขนลุกเกรียวทันทีที่ได้ยินชื่อเลขาดีเด่นแห่งทศวรรษอย่างอิมฮยอนชิค ประธานหนุ่มมองส่งท้ายเพื่อนร่วมงานที่โกยเอาเอกสารมาแนบอกก่อนเปิดแนบออกนอกห้องไปด้วยกลัวว่าจะโดนเลขาสุดซื่อของเขาขนงานมาให้จริงๆ อย่างพอใจ ก่อนคนมีตำแหน่งจะก้มหน้าลงไปเขียนงานที่ค้างคาอยู่พร้อมรอยยิ้มบางที่ประดับบนใบหน้าคมคายยามหวนนึกถึงใบหน้าอ่มที่มักส่งยิ้มเป็นประกายอยู่เสมอ

 

 

อีมินฮยอกไม่ได้ใจดีเรี่ยราดอย่างที่เจ้าเพื่อนตาขีดนั้นพูดเลยสักนิด เพียงแต่ว่าคนนั้นๆ เป็นจองอิลฮุนต่างหากล่ะ ไม่อย่างนั้นละก็ไม่มีทางหรอก

 

 

 

 

 

 이만하면 어때?   남자론 어때?

คุณคิดว่าผมเป็นยังไง ? แล้วถ้าให้ผมเป็นผู้ชายของคุณล่ะ ?

 애들보다 너를 아껴줄 거야  너와 함께할 거야 

ผมจะดูแลคุณให้ดีกว่าใครคนไหนเลย ผมจะคอยอยู่กับคุณ 

언제나 너하나만 볼래 

ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ผมก็จะมองแต่คุณเพียงคนเดียว 

 

 

 

 

“ย๊า! หยุดเดี๋ยวนี้นะเจ้าพวกบ้า!”

 

เด็กหนุ่มในชุดเครื่องแบบเต็มยศถูกต้องตามระเบียบชะงักเล็กน้อยกับเสียงแหบติดแหลมที่ดังขึ้นก่อนที่เขาจะเดินพ้นมุมตึกไป เสียงเอะอะโวยวายที่เกิดขึ้นทำให้เขาเลือกที่จะหยุดรอฟังว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เป็นเพราะเขาจำได้ว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใครเขาถึงถึงได้หยุดรอ ทั้งที่ตามหน้าที่แล้วเขาควรจะเดินตามกลิ่นที่เกิดจากการเผาไหม้ของใบยาสูบอัดมวนนั่นไปก็ตามที

 

หลังจากประเมินสถานการณ์แล้วอีมินฮยอกก็สรุปได้ว่าถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปยังไงคนของเขาก็ต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบแน่ๆ เด็กหนุ่มจึงเลือกที่จะเอาตัวออกจากมุมตึกผันตัวเองจากผู้ชมมาเป็นผู้ร่วมเหตุการณ์เสียเอง และแน่นอนว่าทันทีที่เห็นว่าเป็นใครเดินออกมา กลุ่มเด็กชายที่เขาจำได้รางๆ ว่าเป็นกลุ่มที่เข้าออกห้องปกครองอยู่บ่อยๆ ก็ถึงกับแตกกระเจิงกันไปคนละทิศละทาง ทิ้งให้คนที่ส่งเสียงโวยวายเมื่อครู่บ่นหงุงหงิงอยู่คนเดียว

 

 

“บ้าเอ้ย มาสูบบุหรี่แถวนี้ไม่พอยังจะมายัดใส่มือกันอีก ตกใจมากนักก็โยนทิ้งไปสิว....เฮ้ย!”

 

ไม่รู้ว่าถึงคราวซวยของจองอิลฮุนหรือเปล่าที่ดันหันกลับมาเจอประธานนักเรียนทั้งที่มีสิ่งผิดกฎโรงเรียนอยู่ในมือแบบนี้ ร่างผอมมองหน้าคนที่มักจะเจอกันที่ร้านน้ำบ่อยๆ เลิ่กลั่กอย่างทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเขาควรจะดับสิ่งที่อยู่ในมือก่อนมันจะเผาไหม้ขึ้นมาถึงมือ และเมื่อไอ้สิ่งก่อปัญหาลงไปแดดิ้นเป็นซากใต้รองเท้าเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงคราวมาหาทางออกกับคนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ตรงหน้า ไม่รู้ว่าท่านประธานนักเรียนสุดเฮี้ยบคนนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ จะเห็นมั้ยว่าเขาไม่ใช่เจ้าของตัวก่อมะเร็งนี่ แต่ดูจากสีหน้าแล้วคาดว่า

 

 

จองอิลฮุนไม่น่ารอด

 

 

“มีอะไรจะพูดมั้ย?”

 

เป็นมินฮยอกที่ถามขึ้นมาก่อนเพราะเห็นว่าคนอายุน้อยกว่าเอาแต่ยืนก้มหน้านิ่ง ความจริงถ้าจะแก้ตัวก็แน่นอนว่าเขายินดีที่จะรับฟังอยู่แล้วในเมื่อเขาเองก็เห็นว่าคนตรงหน้านี้ไม่ได้มีความผิดอะไร แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ในอีกคนเมื่อไม่ยอมพูดออกมา จะมาหาว่าเขาใจร้ายไม่ได้หรอกนะ

 

ฝ่ายคนที่เอาแต่ก้มหน้าก็เป็นอันต้องสะดุ้งน้อยๆ กับเสียงทุ้มของอีกคนก่อนจะก้มหน้างุดลงไปมากกว่าเดิม ไม่อยากบอกหรอกนะว่าปกติลูกชายบ้านจองไม่เคยกลัวใคร แต่มาเจอแบบนี้ก็สู้ไม่ไหวเหมือนกัน เกิดเถียงไปแล้วโทษหนักกว่าเดิมเขาไม่โดนยัยพี่สาวจอมโหดตีตายเลยเหรอ

 

 

“ว่าไง ไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยเหรอเราน่ะ?”

 

เอ่ยกระตุ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคนดังของโรงเรียนไม่ยอมปริปากพูดอะไรสักที ซึ่งก็ได้ผลเมื่อคนที่ยืนก้มหน้างุดๆ เมื่อกี้ยอมเงยหน้าขึ้นมาให้คำตอบที่ชวนยิ้มค้างแก่คนฟังเหลือเกิน

 

 

“ก็ถ้าพูดไปแล้วรุ่นพี่จะเชื่อมั้ยล่ะครับ?”

 

ไม่รู้ว่าจองอิลฮุนเป็นคนเข้ากับคนง่ายเกินไปหรือว่าอัธยาศัยดีเกินขนาดถึงได้กล้าพูดจากวนประสาทกับคนที่นักเรียนทั้งโรงเรียนลงความเห็นว่าไม่น่าแหยมด้วยที่สุด ซึ่งหนึ่งในนั้นก็รวมคนที่หลบตาขวับทันทีที่รู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไปด้วยนั่นล่ะ

 

 

“อะ เอ่อ คือ....”

 

“แล้วถ้าบอกว่าเชื่อล่ะ เราจะเล่าให้พี่ฟังรึเปล่า?”

 

คนที่กำลังจะแก้ตัวถึงกับติดสตันไปโดยปริยายเมื่อถูกแทรกด้วยประโยคคำถามของคนเป็นพี่ ปากแดงอ้าพะงาบอย่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปเพราะสมองที่ยังประมวลผลไม่ทัน เป็นภาพที่น่ารักจนพาให้คนถูกตราหน้าว่าไม่น่ายุ่งด้วยถึงกับหลุดยิ้มออกมาให้คนมองยิ่งอึ้งค้างเข้าไปอีก

 

 

“เห็นพี่เป็นคนยังไงกันน่ะเรา ถ้าเราจะอธิบายยังไงพี่ก็ต้องฟังอยู่แล้ว”

 

ใช่สิ ก็เพราะเป็นจองอิลฮุนนี่นะ ไม่ว่าจะยังไงเขาก็พร้อมจะฟังคนๆ นี้เสมอ

 

 

 

 

 

Sunday Monday to Sunday!  보고  보고 싶어

อาทิตย์ จันทร์ ถึง อาทิตย์ ! ผมได้เจอกับคุณ แต่ก็คิดถึงคุณอีกแล้ว

Monday Sunday to Monday!  자꾸  보고 싶어

จันทร์ อาทิตย์ ถึง จันทร์ ! ผมเอาแต่คิดถึงคุณ

 

 

“พี่ไม่เบื่อบ้างรึไง เสาร์ อาทิตย์ก็ยังหอบงานกลับมาทำด้วยแบบนี้”

 

คนถูกถามเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าขาวที่ยู่ลงอย่างนึกขยาดกองงานที่กระจัดกระจายกันอยู่บนโต๊ะทำงานของเขา ก่อนจะส่ายหน้าเป็นคำตอบให้คนเป็นน้องกลอกตาแล้วล้มตัวลงไปกลิ้งกับเตียงแทน

 

เป็นเวลาหลายเดือนแล้วหลังจากการพบกันแบบที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเป็นทางการได้รึเปล่าของเขากับอิลฮุนที่พวกเขาเริ่มจะสนิทกันมากขึ้น เพราะว่ามักจะมีเหตุการณ์พาไปให้ได้เจอกันอยู่บ่อยครังเลยกลายเป็นว่าคุ้นหน้ากันไปโดยปริยาย(ถึงแม้เจ้าตัวจะบอกว่าไม่ได้อยากจะคุ้นเคยด้วยก็ตามทีเถอะ)

 

“ก็แล้วเราไม่เบื่อรึไงล่ะ มานั่งจ้องพี่ทำงานได้ทุกอาทิตย์”

 

ย้อนถามคนที่เหยียดตัวอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่บนเตียงกลับบ้าง ซึ่งก็ได้รับสายตานิ่งๆ ที่เหลือบมองผ่านสันหนังสือเทาดำในมือมาก่อนจะกลับไปนอนกระดิกเท้าสบายใจเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนเดิม

 

มินฮยอกส่ายหน้าน้อยๆ กับปฏิกิริยาเมินเฉยต่อคำพูดของเขาที่หมู่นี้อาการชักหนักขึ้นเรื่อยๆ ของรุ่นน้อง แต่ถึงจะพูดไปอิลฮุนก็ไม่ได้นำพาอีกยู่ดี เพราะงั้นถึงได้ปล่อยให้มันเลยตามเลยมาจนถึงตอนนี้

 

แต่ถึงจะตอบบ้างเงียบบ้างมินฮยอกก็ไม่เบื่อหรอกนะ ก็เพราะว่าเป็นจองอิลฮุนนี่นะ

 

 

 

 

 

 착해도  도도하면 어때

คุณไม่จำเป็นต้องอ่อนหวาน แล้วถ้าเกิดคุณเย็นชาล่ะ ?

나에겐  그래 그래서  약속해 너하나만 지킬래

แต่สำหรับผม คุณไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย ผมขอสัญญากับคุณว่าผมจะปกป้องแต่คุณ

언제나 너하나만 볼래

ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ผมก็จะมองแต่คุณเพียงคนเดียว

 

 

 “ก็บอกแล้วไงล่ะว่าอย่ากินน่ะ!”

 

“ก็พี่อยากรู้นี่ว่ามันเป็นยังไง”

 

“แล้วเป็นไงล่ะ อร่อยจนคายทิ้งแทบไม่ทันเลย!”

 

เสียงโหวกเหวกโวยวายในตอนสายๆ แบบนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องชินชาไปเสียแล้วสำหรับบ้านจอง ลูกสาวคนโตกลอกตาอย่างเหนื่อยหน่ายกับพฤติกรรมที่แก้ไม่หายของน้องชาย ก่อนจะตะโกนบอกทั้งน้องแท้และไม่แท้ที่หมู่นี้เข้าออกบ้านจนจะกลายเป็นสมาชิกคนที่ห้าไปแล้วว่าจะออกไปข้างนอกกับมารดา ซึ่งก็ได้รับคำตอบกลับมาเป็นเสียงล้งเล้งที่ชวนให้สองแม่ลูกส่ายหัวกันด้วยค