[OS] SKOII(C.A.PxL.joe)

posted on 01 May 2013 14:57 by yyworld in iFic directory Fiction

Title : SKOII

Rate : PG

Pairing : CAPJOE

Author’s Note : เอ่อ คือ ว่า

 

 

 

[OS] SKOII

 

 

 

 

สก๊อย...คือคำที่สื่อถึงกลุ่มคนที่มีหน้าที่คอยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เด็กแว้นเป็นตุ๊กตาประดับรถ ลักษณะของสก๊อยก็จะมีแตกต่างกันออกไป แต่ส่วนมากก็จะจำกัดความได้ประมาณว่าผอมแห้งแรงน้อย เสื้อยืดขาสั้นหนีบแตะ ประมาณนี้ ซึ่งถ้ามองรวมๆ แล้วมันก็ดูจะคล้ายกับคนรู้จักของบังมินซูอย่างไรชอบกล

 

 

“อ้าวมาแล้วเหรอมินซู แม่กำลังจะโทรถามพอดีเลยว่าวันนี้จะมาหรือเปล่า เดี๋ยวกลับมาทานข้าวเย็นด้วยกันนะลูกนะ”

 

ฟังจบก็ยิ้มรับคุณแม่ที่บอกตรงๆ ว่าตั้งแต่ย่างกรายเข้ามาในบ้านอี บังมินซูทำอยู่อย่างเดียวคือโค้งทักทายแม่เพื่อนที่พูดเอาๆ อยู่ฝ่ายเดียว ก่อนจะมองส่งร่างเล็กที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนที่เขามาหาวันนี้ได้มากใครเข้าไปในครัว ลับหลังมารดาเพื่อนรักไปก็ได้ฤกษ์เขามาทำธุระเสียที ร่างหนาก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง เลี้ยวขวาหนึ่งครั้ง เดินตรงไปอีกแปดก้าวก็ถึงจุดหมายปลายทาง สายตาคมกวาดผ่านป้ายลูกไก่สีเหลืองสดใสที่มีลายมือเด็กๆ เขียนกำกับไว้ว่า‘ห้องนอนของน้องบยอง’ที่เห็นกี่ครั้งก็ยังขำไม่หาย ถ้าเผื่อใครจะสงสัยก็จะบอกไว้ให้ว่านี่เป็นฝีมือของน้องชายจอมแสบทั้งสองคนของเจ้าของห้อง

 

ช่างเป็นพี่คนโตที่ใจกว้างเสียจริงๆ (ประชด)

 

แกร่ก

 

ลูกบิดถูกหมุนตามเข็มนาฬิกาให้สลักปลดออกจากกันโดยไม่จำเป็นต้องเอาคำว่ามารยาทมาเกี่ยวข้อง แล้วนั่นก็ทำให้ร่างใหญ่ของมินซูได้รับสายตาขวางๆ จากเจ้าของห้องที่ขว้างค้อนวงเบ้อเริ่มมาให้จากบนเตียง

 

 

“ที่บ้านไม่เคยสอนมารยาทรึไง”

 

“เคยแต่ไม่จำ”

 

เออนั่น เอาเข้าไป น้องบยองเจ้าของห้องกลอกตาอย่างเหนื่อยหน่ายกับคนหน้าตายที่ขยันกวนประสาทเขาได้ไม่เว้นวัน มือเรียวเลื่อนเมาส์ไปคลิกปิดโปรแกรมทุกอย่างที่เปิดไว้ก่อนหน้าพร้อมชัทดาวน์ให้เสร็จสรรพขณะที่คนมาใหม่นั้นเดินมาทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงนุ่ม เรียวปากหยักยกยิ้มขึ้นยามเห็นร่างผอมบางค่อยๆ พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเลโดยที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้คิดจะเข้าไปช่วยแต่อย่างใด

 

 

“ขำหาพ่องอ่อ?”

 

“ปากดี”

 

ปากแดงคว่ำลงอย่างหมั่นไส้ไอ้คนเก่งที่ขนาดโดนแย้บไปก็ยังหน้ายิ้มอยู่ ไม่รู้ว่าเห็นคนรถล้มกลิ้งไปมาบนเตียงนี่มันสนุกตรงไหน และเหมือนมินซูจะได้ยินคำบ่นในห้วงความคิดของอีบยองฮอน เด็กหนุ่มถึงได้ยอมยืดตัวเข้ามาพยุงให้เพื่อนตัวเล็กได้ลุกขึ้นมานั่งหย่อนขาลงกับพื้นบ้านได้ ไม่รู้ว่าตอนลงไปนอนกลิ้งทำยังไงทำไมถึงลุกขึ้นมาไม่ได้ก็ไม่รู้

 

หลังจากพยุงกันไปตีกันไปจนลงมาถึงสกู๊ตเตอร์คันเล็กที่มินซูเอามาใช้รับส่งคนเจ็บแทนสี่สูบลูกรักด้วยคนขาเดี้ยงขึ้นไม่สะดวก(ซึ่งปกติก็ขึ้นไม่ค่อยจะสะดวกอยู่แล้วเพราะส่วนสูง) เด็กหนุ่มก็ต้องจัดการกับเพื่อนตัวเล็กแต่ความแสบไม่เล็กที่งอแงไม่ยอมใส่หมวกกันน็อค(อีกแล้ว) สุดท้ายมือหนาที่ข้างหนึ่งเกี่ยวอุปกรนิรภัยไว้ก็ต้องวางลงบนเบาะส่งผลให้ร่างใหญ่ค้ำอยู่เหนือคนหน้าบูดอีกที มินซูถอนหายใจหนักๆ กับคนเจ็บที่ขยันหาเรื่องปวดหัวมาให้เขาไม่เว้นวัน ไม่รู้ว่าตอนเด็กๆ คุณนายอีเอาอะไรให้บยองฮอนกินถึงได้รั้นขนาดนี้

 

 

“อย่าดื้อได้มั้ยฮึ ใส่ๆ มันเข้าไปเถอะหมวกกันน็อคเนี่ย อยากลงไปหัวฟาดถนนรึไง?”

 

“ไม่ฟาดหรอก ครั้งที่แล้วก็ไม่เห็นฟาดเลย”

 

คนตัวเล็กว่าพลางเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดีจนคนฟังอยากจะจับตีให้หายดื้อเสียทีสองที ก็จริงอยู่ว่าที่ล้มไปครั้งที่แล้วก็มีแค่ข้อเท้ากับเข่าขวาที่ถลอกเท่านั้น ส่วนอื่นยังคงอยู่รอดปลอดภัยดี แต่ว่านี่ก็ไม่ใช่ประเด็นว่าต้องใส่หรือไม่ใส่หมวกนิรภัยหรอกนะ ความสำคัญมันอยู่ตรงที่ไอ้หมวกแข็งๆ นี่มันสามารถป้องกันไม่ให้สมองอันน้อยนิดของลูกเป็ดนี่ไหลออกมาชมโลกภายนอกได้ต่างหาก

 

สุดท้ายแล้วมินซูก็เลือกยัดหมวกในมือลงไปบนศีรษะกลมๆ ของอีกคนพร้อมใช้ทักษะทั้งหมดที่มีให้หมดไปกับการรัดสายเข้าใต้คางที่มีมือเล็กคอยปัดป้องอยู่ตลอดเวลา

 

 

“ถ้าถอดออกกูจะพามึงล้มอีกรอบแน่”

 

ช่างเป็นคำขู่ที่ลงทุนดีแท้ แต่ก็อย่างว่าถ้าบยองฮอนแต่งตัวมิดชิดอย่างเสื้อหนังแขนยาว กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบแบบมินซูก็คงกล้าพูดเหมือนกันนั่นแหละ ดังนั้นคนตัวเล็กที่ใส่แค่เสื้อยืด ขาสั้น รองเท้าแตะบวกผ้าก๊อซแปะแผลกับเทปพันจึงจำต้องนั่งหน้าเบ้ซ้อนท้ายเพื่อนไปพร้อมหมวกกันน็อคสีเขียวอ่อนอย่างช่วยไม่ได้

 

ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงคลินิกที่มินซูพาบยองฮอนมาล้างแผลตลอดสองวันที่ผ่านมา แต่ก็อีกนั่นแหละ ถ้ายอมเข้าไปล้างแผลง่ายๆ ก็ไม่ใช่อีบยองฮอนจอมปัญหาของบังมินซูน่ะสิ

 

 

“อย่ามีปัญหาได้มั้ยเนี่ย ทำอย่างกับเพิ่งเคยล้างแผลงั้นแหละ”

 

“มึงไม่ได้เป็นคนโดนมึงก็ไม่รู้สิ มันแสบนะเว้ย!”

 

“ก็แล้วใครใช้ให้มึงทำตัวเป็นสก๊อยซ้อนท้ายคนอื่นไปทั่วล่ะ”

 

พูดถึงตรงนี้ก็เหมือนโดนหมัดลุ่นๆ ฟาดเข้าตรงกลางท้องน้อย ลูกเป็ดน้อยที่โดนจี้จุดตายเข้าไปถึงกับชะงัก ยิ่งเห็นสีหน้าเหมือนจะไม่สบอารมณ์หน่อยๆ ของคนพูดแล้วก็ไม่รู้จะเถียงอะไร เพราะก็เป็นอย่างที่อีกคนว่านั่นแหละ

 

งานนี้อีบยองฮอนผิดเต็มๆ

 

“ก็แล้วมึงอยากเล่นบอลนานเองทำไมล่ะ”

 

สมกับเป็นบยองฮอนจอมแสบของเพื่อนๆ ถึงจะหงออย่างไรก็ขอให้ได้เถียงนิดหนึ่งก็ยังดี มินซูมองคนตัวเล็กที่นั่งหน้างออยู่บนเบาะสกู๊ตเตอร์พลางถอนหายใจอีกรอบ อยู่กับบยองฮอนบ่อยๆ บางทีเขาก็กลัวจะตายก่อนวัยอันควรอยู่เหมือนกันเพราะถอนหายใจทิ้งเป็นว่าเล่นเลย

 

มันก็จริงอยู่ที่เรื่องเจ็บตัวของลูกเป็ดนี่เป็นความผิดเขาเสียกึ่งหนึ่ง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ว่าอีบยองฮอนจะเที่ยวไปนั่งซ้อนท้ายใครต่อใครเรื่อยเปื่อยทั้งที่ไม่ยอมสวมหมวกนิรภัยได้สักหน่อย อีกอย่างวันนั้นถ้ายอมรอเขาอีกห้านาทีก็ไม่ต้องมาเดินกระเผลกเป็นเป็ดเจ็บขาอยู่แบบนี้หรอก

 

 

“ก็กูบอกแล้วไงว่าอีกแป๊บเดียวเสร็จมึงก็ไม่เชื่อเอง นี่ยังดีนะที่ฮยอกจินมันล้มไม่แรงเลยได้แค่แผลถลอก ถ้าเกิดมันล้มแรงกว่านี้แล้วมึงขาหัก หัวฟาดขึ้นมาจะทำยังไง?”

 

คำบ่นที่ดูจะไม่สบอารมณ์เท่าไรถูกพ่นออกมาอีกครั้ง ซึ่งบยองฮอนเองถึงจะฟังมาไม่ต่ำกว่ายี่สิบครั้งในสองวันแล้วก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนิ่งเงียบเข้าไว้ เพราะว่าที่อีกคนพูดมามันก็เขานี่แหละที่ผิดอยู่เต็มๆ ประตู รู้อยู่หรอกว่าคนตรงหน้าเป็นห่วงเขามากแค่ไหน เพราะวันที่รถล้มก็เป็นไอ้ยักษ์นี่แหละที่หิ้วเขาไปส่งโรงพยาบาล

 

 

“แล้วทำไมต้องโมโหด้วยเล่า”

 

สุดท้ายก็ได้แต่พูดเสียงอ่อยๆ คล้ายจะอ้อนให้คนหงุดหงิดใจเย็นลง ถึงมันจะดูเสียฟอร์มอยู่หน่อยๆ แต่ว่าก็ยังดีกว่าให้บังมินซูปล่อยออร่าทะมึนมืดออกมาให้เขาขนลุกซู่เล่นนั่นล่ะ

 

 

“แล้วมันน่าโมโหมั้ย?”

 

หันมาถามลูกเป็ดหงอยที่นั่งส่งสายตาปริบๆ มาให้ อีบยองฮอนจะรู้มั้ยว่าทำตัวน่ารักแค่นี้มินซูก็แทบจะยกโทษให้กับทุกความผิดในชีวิตบยองฮอนเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงจะอยากคว้าคนทำตัวน่ารักมาฟัดให้จมอกมากแค่ไหนก็ยังต้องเก๊กขรึมเอาไว้ก่อน ให้คนนิสัยเสียได้ง้ออีกนิดจะได้ไม่เคยตัวไปมากกว่านี้

 

ฝ่ายคนตัวเล็กกว่าที่พอเห็นสารถีส่วนตัวยืนนิ่งไม่หือไม่อือก็ได้แต่ฮึดฮัดกับความง้อยากง้อเย็นของคนๆ นี้ ไม่รู้ว่าบังมินซูเคยรู้ตัวบ้างหรือเปล่าว่าตัวเองเป็นพวกได้คืบจะเอาศอกน่ะ

 

 

“ก็รู้แล้วไง ผิดเองแหละขอโทษ คราวหน้าสัญญาว่าจะไม่ทำตัวสก๊อยซ้อนท้ายคนอื่นอีกแล้ว พอใจยัง?”

 

โคตรพอใจเลยนะถ้าให้บอก ไม่อยากจะบอกหรอกว่าคำนี้แหละที่อยากได้ยินมาตลอดสองวันที่ผ่านมา ถ้าบยองฮอนจะรู้ถึงความหงุดหงิดของเขาสักนิดล่ะก็คงจะเข้าใจว่าเขาไม่ได้ไม่สบอารมณ์กับแค่ว่าคนตัวเล็กเจ็บตัวหรอก การไปซ้อนมอ’ไซค์คนอื่นนอกจากแฟนตัวเองเนี่ยเป็นใครก็ไม่ชอบทั้งนั้นล่ะ

 

มือใหญ่ประคองร่างเล็กให้ลงจากพาหนะคันเล็กอย่างระมัดระวัง ทอดสายตามองใบหน้าขาวที่ไม่ค่อยอยากจะเงยขึ้นมองเขาเสียเท่าไหร่เพราะริ้วแดงที่แตะแต้มอยู่บนแก้มขาว บยองฮอนก็เป็นแบบนี้ตลอดเวลาที่เขาปฏิบัติดีด้วย(หมายถึงดีมากๆ อ่อนโยนขัดกับนิสัยจริงอะไรเทือกนี้) แล้วก็เพราะสีหน้าน่ารักๆ แบบนั้นล่ะที่ทำให้บังมินซูดีแตกได้ทุกครั้งไป เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่พอเห็นหน้าตาน่าแกล้งของคนตัวเล็กใบหน้าคมก็อดโน้มลงไปกระซิบชิดริมหูเล็กไม่ได้ว่า

 

 

“วันหลังถ้าอยากเป็นสก๊อยก็ไม่ต้องไปหาแว้นที่ไหน แค่บอกมาเดี๋ยวจะเป็นเด็กแว้นให้เอง”

 

พูดจากวนประสาทเข้าให้เลยโดนฟาดเน้นๆ เข้าไปเสียหนึ่งทีพร้อมกับได้รับมอบค้อนวงเบ้อเร่อจากคนเจ็บในระยะประชิด ประทุษร้ายเสร็จแล้วร่างเล็กก็กระโผลกกระเผลกเข้าคลินิกไปคนเดียวด้วยอาการหัวเสียกับคนโรคจิต ไม่รู้ว่าถ้าไม่ได้เห่าสักวันลูกสมุนของบังมินซูจะเหงาตายหรือยังไง

 

แต่ถึงจะปากดีขี้แกล้งมากแค่ไหนก็ยังใจดี เพราะแบบนี้สิอีบยองฮอนถึงได้ไปไหนไม่รอดสักทีไง

 

 

 

 

 

-Fin-

 

 

 

ท.ทอร์ค

 

เอ่อ มามึน ไปมึน ไม่มีอะไรเลยนอกจากเอาเรื่องจริงมาเขียน ฮ่าๆๆๆ คืออินี่รถล้มเลยฟุ้งซ่าน น้องบยองเลยโดนหางเลขไปตามระเบียบ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อ่านไปเถอะค่ะ อย่าคิดมากเลยนะ ฮิฮิ

 

Comment

Comment:

Tweet

น่าร๊าก 555555555555555555555555555555555555555555555555555555
อ่านแล้วก๊่าวมากค่ะ
โถ...พ่อลูกเป็ดสมองน้อย ♥
อ่านตอนแรกแล้วก็แบบ...
แหม อย่าตีกันจ้ะ เด็กๆ โลเกชั่นมันเหมาะ (?)
รอน้องแผลแห้งตกสะเก็ดก่อนนะคะ พี่มินซู
5555

#2 By Nina* on 2013-05-15 19:51

กร๊าซซซซซ -///////////////-
สก๊อยบยองฮอน 5555555555555555555
แว้นซ์มินซู ป้าดดดดดดด คือนึกภาพละมันใช่อ่ะไรท์มันใช่ 5555555
แล้วทำไมน้องเป็ดถึงได้ดื้อด้านขนาดนี้หือออ 
เป็ดอะไรโคตรดื้อเดะใหพี่บังจัดหารซะให้เข็ด -..-

#1 By Enigmariko (103.7.57.18|125.25.139.248) on 2013-05-01 20:31