[OS] Prize(JamesxJack)

posted on 02 May 2013 01:13 by yyworld in iFic directory Fiction

Title : Prize

Rate : PG

Pairing : JamesxJack

Author’s Note : จะมีใครจิ้นได้อย่างฉันมั้ย?

 

 

 

[OS] Prize

 

 

 

 

แจ็ค ฟรอสต์...มนุษย์น้ำแข็งที่คอยรังสรรค์น้ำให้จับตัวเป็นของแข็ง เปลี่ยนหยดน้ำให้เป็นเกล็ดหิมะ หนึ่งในผู้พิทักษ์ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีแม้กระทั่งเด็กๆ สักคนเดียวที่จะมองเห็นเขา ทว่าบัดนี้มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ตอนนี้เด็กๆ มากมายมองเห็นแจ็ค ฟรอสต์ นอกจากนั้นยังหลงใหลได้ปลื้มกับรูปกายและความสามารถที่คอยสร้างหิมะสีขาวปุยให้พวกเขาได้เล่น จากโลกที่มืดมนกลับกลายเป็นสดใสอย่างที่ไม่ว่าใครก็คงจะยินดีที่เป็นอย่างนั้น

 

...เว้นเจ้าตัวไว้คนล่ะนะ

 

ฟรอสต์เองก็ไม่ได้อยากจะปฏิเสธหรอกว่าการที่เขามีตัวตนในสายตาเด็กๆ แบบนี้เป็นเรื่องดีไม่ใช่น้อย มันทำให้เขามีความสุขมากหลังจากที่ต้องทนโดดเดี่ยวมานาน อีกทั้งหลังจากเหตุการณ์ที่บูกี้แมนพยายามจะแผลงฤทธิ์นั่นก็ผ่านมาสิบปีแล้ว เป็นสิบปีที่มีเด็กเห็นเขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกอย่างดีขึ้นเหมือนต้นไม้ที่งอกงามไม่มีหยุด...แต่

 

ใช่ แต่ ...ถึงต้นไม่จะเจริญเติบโตมากแค่ไหนแต่ก็ยังมีคนมาคอยตัดแต่งมันอยู่เรื่อยจนไม่อาจเป็นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้า เป็นได้แค่ไม้พุ่มแคระในสวนสวยอยู่แบบนี้ และไอ้คนตัดแต่งกิ่งที่ว่านั่นก็ไม่ใช่ใคร ไอ้เด็กบ้าที่คอยตามรังควานเขาอยู่ทุกเช้าเย็นนี่สิ

 

 

“ใครบอกให้ลุงเปิดประตูให้มันตามใจชอบกันน่ะห๊ะ!”

 

เห็นหน้าตายียวนชวนคันบาทากับคิ้วหนาๆ ที่ไม่น่าขึ้นมาขนาดนี้ยักขึ้นลงหยึกหยักแล้วขมับมันเต้นตุบๆ จนต้องหันไปว้ากใส่ลุงเคราขาวที่นั่งแกะสลักน้ำแข็งไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่หน้าลูกโลกที่มีไฟดวงเล็กๆ สว่างให้พรึ่บ เห็นแล้วมันคันมือยิบๆ อยากจะเสกน้ำแข็งให้เกาะประติมากรรมเรนเดียจิ๋วให้กลายเป็นบิ๊กฟุตซะให้หายแค้น ฝ่ายลุงเคราที่ว่าพอรับรู้ถึงอารมณ์ร้อนๆ ที่ขัดกับหน้าที่ของผู้พิทักษ์น้ำแข็งแล้วก็ยอมเงยหน้าขึ้นมาสนทนากับวัยรุ่นที่หน้าหงิกงอจนเขาอยากจะขำ แต่ก็ต้องยั้งไว้ด้วยยังไม่อยากให้เรนเดียน้อยกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดไปเสียก่อน

 

 

“ฉันไม่ได้เปิดประตูให้เจมมี่ตามใจชอบสักหน่อยแจ็ค ถ้าอยากจะโทษก็ต้องโทษฟิลที่ชอบทำลูกแก้วหิมะหายต่างหาก”

 

ผู้อาวุโสสุดในแก๊งค์ผู้พิทักษ์แก้ต่างให้ตัวเองเสร็จสรรพด้วยการโบ้ยความผิดให้กับลูกสมุนขนปุย ก่อนจะย้ายเอาอุปกรณ์งานอดิเรกทั้งหลายแหล่กลับเข้าไปยังห้องด้านใน ทิ้งให้ผู้พิทักษ์น้ำแข็งอารมณ์กรุ่นจนควันออกหูอยู่กับเด็กหนุ่มวัยสิบปลายๆ สองต่อสอง แจ็ค ฟรอสต์โมโหจนแทบอยากจะสาปให้ลูกโลกตรงหน้าแข็งไปทั้งใบด้วยซ้ำ ก็ไอ้คำแก้ตัวนั่นมันฟังขึ้นที่ไหน? มันเป็นไปได้หรือไงที่เจ้าฟิลขนปุยนั่นจะทำลูกแก้วหิมะผ่านมิติหายเป็นอยู่ที่เดียวตลอดสิบปี? สิบปีที่มีแต่ไอ้เด็กเวรหน้ากวนนี่ผ่านมิติมาอยู่คนเดียว มันเป็นไปได้ที่ไหนกันเล่า!

 

เขาก็อยากจะบอกตาเฒ่านั่นเหมือนกันว่าจะโกหกอะไรก็คิดซะบ้าง ติดอยู่ตรงที่ว่ายิ่งโวยวายไปเขาก็ดูเหมือนคนโง่มากเข้าไปเท่านั้นในเมื่อตาแก่นั่นเลือกที่จะเข้าข้างไอ้เด็กกวนประสาทนี่มากกว่าเขาอยู่แล้ว ไอ้เด็กนี่ก็ไม่รู้ติดใจอะไรเขาหนักหนา ไม่ว่าเขาจะหนีไปอยู่บ้านผู้พิทักษ์คนไหนก็ตามเขาเจอ ร้ายแรงที่สุดคือมันไปหาเขาที่บ้านเจอนี่แหละ และจากประสบการณ์ที่ได้พบก็สอนให้ฟรอสต์รู้ว่า การไม่อยู่กับเจมส์สองต่อสองเป็นลาภอันประเสริฐ!

 

หมับ!

 

“โมโหอะไรเหรอครับฟรอสตี้”

 

ถ้าเขาพลั้งมือฆ่าไอ้เด็กนี่ตายจะเป็นอะไรมั้ย? บอกแล้วไงว่าการไม่อยู่กับไอ้เพื่อนปังคุงนี่เป็นลาภอันประเสริฐ ไม่รู้ว่าตอนที่เขาเสกน้ำแข็งให้เล่นเลื่อนเมื่อสิบปีที่แล้วมันกระแทกแรงไปหรือยังไง ต่อมโรคจิตมันถึงได้ทำงานหนักเกินพอดีขนาดนี้ แล้วดูมันเถอะ พอเขาเอาชื่อสมัยเด็กๆ มาล้อก็โดนเรียกกลับเสียอย่างนั้น แถมฟังดูแย่กว่าจมอีกต่างหาก

 

มือขาวฟาดลงกับแขนหนาๆ ที่ตวัดรอบเอวบางแรงๆ อย่างไม่คิดจะยั้งมือ ถ้าไม่ติดว่าเขาเคยใช้พลังแช่ขาไอ้เด็กบ้านี่แล้วโดนบันนี่ขว้างบูมเมอแรงกระแทกหัวจนปูดมาแล้วล่ะก็ อย่าหวังเลยว่าแจ็ค ฟรอสต์จะมาใช้มือฟาดเองแบบนี้ให้เจ็บเปล่า

 

 

“ปล่อยเลยนะไอ้เด็กบ้า!”

 

“ชู่ว พูดจาไม่น่ารักเลย ทั้งที่เมื่อก่อนออกจะรักผมมากแท้ๆ”

 

เสียงแหบทุ้มเอ่ยด้วยความน้อยใจที่ต่อให้หูหนวกฟรอสต์ก็ยังรู้ว่าเสแสร้งแกล้งทำ ใบหน้าน่ารักน่าเอ็นดูเมื่อสิบปีก่อนบัดนี้เติบใหญ่จนกลายเป็นใบหน้าของชายหนุ่มแสนหล่อเหลา รูปร่างกำยำอย่างนักกีฬาพาสาวๆ ใจเต้นดูดีเกินกว่าจะน่าเชื่อว่าเมื่อก่อนเป็นแค่เด็กชายบ้าเรื่องลี้ลับที่ปีๆ นึงคิดแต่เรื่องฟันน้ำนม ไข่อีสเตอร์ของขวัญวันคริสมาสต์ และเอเลี่ยน

 

ผู้พิทักษ์ที่ตอนนี้เรียกว่าตกเป็นรองพลิกตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มที่ไม่รู้ว่าตัวจะสูงไปไหน ใบหน้าขาวบูดเบี้ยวด้วยไม่สบอารมณ์กับคำพูดคนอายุน้อยกว่า ก็ไม่ได้อยากจะเท้าความให้ตัวเองได้อับอายเล่นๆ หรอกนะ แต่ว่าไอ้เรื่องที่ไอ้เด็กนี่เป็นคนแรกที่เห็นเขาแล้วก็เป็นตัวที่พาให้เด็กคนอื่นได้เห็นเขาด้วยนี่มันก็ดูเป็นเรื่องที่เขาควรจะซาบซึ้งอยู่หรอก ถ้าไม่ติดว่าไอ้หมอนี่มันจะทวงบุญคุณเขายิกๆ แบบนี้น่ะนะ

 

 

“มันก็แค่เรื่องหลงผิดเท่านั้นแหละน่า ปล่อยฉันนะไอ้เด็กบ้า!”

 

ว่าจบก็ดิ้นปัดๆ ให้มือกาวมันหลุดออกจากเอว แต่ก็อย่างว่า ถ้ามันหลุดง่ายขนาดนั้นล่ะก็คงไม่หนึบมาจนสิบปีแบบนี้หรอก เรียวปากหยักแสยะยิ้มชอบใจกับการ์เดียนจอมพยศในอ้อมแขน ก่อนสันจมูกโด่งจะโฉบลงไปปราบพยศน้ำแข็งจอมดื้อด้านให้ขึ้นควันฟู่เหมือนน้ำแข็งแห้งโดนน้ำ

 

เปิดช่องให้หน่อยไม่ได้เลยพับผ่าสิ!

 

“แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย”

 

กล่าวชมร่างผอมกว่าที่ช็อคซินีม่าไปเรียบร้อยโรงเรียนเจมส์ตั้งแต่โดนหอมแก้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนเด็กหนุ่มจะชวยโอกาสที่ผู้พิทักษ์จอมดื้อกำลังติดสตั้นหิ้วเอาร่างบางๆ นั่นไปยังห้องนอนของเขาด้วยลูกแก้วหิมะที่ทุกวันนี้เหมือนจะกลายเป็นสมบัติส่วนตัวของเขาไปแล้ว

 

ใช้เวลาเพียงหายใจเข้าภาพเบื้องหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นห้องนอนที่เมื่อสิบปีก่อนเต็มไปด้วยของเล่นต่างๆ นาๆ และภาพวาดสีเทียนทั้งหลาย ทว่าปัจจุบันของเล่นเหล่านั้นถูกเก็บเข้ากรุไปหมดแล้วและภาพวาดทั้งหลายก็ถูกแทนที่ด้วยโปสเตอร์ทีมบาสชื่อดังกับวงดนตรีร็อคแทน

 

 

“พาฉันมาที่นี่ทำไมเนี่ย!”

 

พอได้เห็นว่าตัวเองโผล่มาอยู่ที่ไหนฟรอสต์ก็แทบจะถลาออกนอกหน้าต่างถ้าไม่ถูกเด็กแรงควายตรงหน้าเหวี่ยงขึ้นเตียงไปเสียก่อน เฮ้! ก็แค่เหวี่ยงขึ้นเตียง ไม่ได้ตามขึ้นคร่อมไว้หรอกน่า รู้นะว่าคิดอะไรกันอยู่น่ะ!!

 

 

“ก็ไม่ทำไมหรอก รบกวนลุงซานต้ามากๆ เกิดแกบ้าดีเดือดเอาเลื่อยน้ำแข็งไล่ฟันจะทำยังไงล่ะ”

 

พูดพลางไหวไหล่คล้ายกับเรื่องที่พูดออกมาไม่ได้น่ากลัวอะไร ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วก็เคยโดนมาแล้วทั้งคู่สมัยตอนไปอาละวาดอยู่ที่บ้านลุงหนวดใจดีของเด็กๆ จนตาเฒ่าชุดแดงฟิวส์ขาดเอาดาบคู่ไล่ฟาดจนคว้าบอลผ่านมิติออกมาขว้างแทบไม่ทัน

 

 

“ก็แล้วใครใช้ให้แกโผล่หน้าไปล่ะไอ้เด็กบ้า”

 

จริงๆ แล้วก็ไม่ได้หูหนวกแต่บางครั้งเจมส์ก็เลือกที่จะทำหูทวนลมกับคำบ่นงึมงำของอีกฝ่ายบ้างยกตัวอย่างเช่นตอนนี้ เด็กหนุ่มร่างสูงเดินไปค้นอะไรก่อกแก่กในกระเป๋าเป้ที่ใช้สะพายไปโรงเรียนทุกวันก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกับกระดาษขาวๆ สองสามแผ่น ซึ่งพอคนบนเตียงเห็นเข้าเท่านั้นก็เบ้ปากลงอย่างขัดใจพลางเหวี่ยงตาใส่ทันที

 

 

“อะไร”

 

ร้องถามเจ้าของห้องที่ทิ้งตัวลงบนเตียงเดียวกันเสียงห้วนให้ได้รับเสียงหัวเราะหึในลำคอกลับมา จริงๆ แล้วก็รู้นั่นล่ะ แต่ว่าอยากแกล้งโง่บ้างก็เท่านั้น

 

 

“รู้อยู่แล้วนี่ ผลคะแนนสอบไงล่ะ นี่อุตส่าห์ได้เต็มเชียวนะ ไม่ดีใจหน่อยรึไง?”

 

ได้ฟังประโยคคำตอบที่พ่วงด้วยเควสชันมาร์คแล้วฟรอสต์ก็เป็นอันต้องกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างเหลืออดกับความเจ้าเล่ห์เพทุบายหรืออะไรก็ตามแต่ของอดีตเด็กแอ๊บใสนี่ อยากจะหาเหตุผลมาดีใจอยู่หรอกนะถ้าไม่ติดที่ว่าหมอนี่ก็สอบได้คะแนนเต็มมันเกือบทุกครั้งอยู่เป็นปกติน่ะ

 

 

“แล้วไง?”

 

“ก็ไม่แล้วไง ไหนรางวัล?”

 

ดูมันพูดเอาเถอะ คิดว่าทำหน้ากวนแบบนี้แล้วมันอยากจะให้นักหรือไงไอ้รางวัลบ้าบอนั่นน่ะ ให้ตายเถอะแจ็ค ฟรอสต์อยากจะบ้า สาบานว่าถ้าย้อนเวลาได้เขาจะย้อนกลับไปแก้คำพูดเขาที่เคยสบประมาทเพื่อนร่วมก๊วนผู้พิทักษ์เอาไว้ว่าเคยเล่นสนุกกับเด็กบ้างมั้ย เพราะตอนนี้เขาเองก็ชักจะไม่แน่ใจว่าไอ้ที่ทำอยู่นี่เรียกว่าเล่นสนุกกับเด็กได้มั้ย(ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่เด็กแล้วก็เถอะ)

 

 

“ก็แล้วจะเอาอะไรล่ะ”

 

จนแล้วจนรอดก็ต้องหน้าหงิกใส่มนุษย์วัยรุ่นถามถึงความต้องการจนได้ จะว่าโง่ก็โง่นั่นล่ะที่ดันเผลอไปกำหนดเงื่อนไขที่ว่าถ้าอยากเล่นกับเขาต้องสอบให้ได้คะแนนเต็ม ใครมันจะไปคิดกันล่ะว่าหมอนี่มันจะเอาจริงเอาจังถึงขั้นเรียนเป็นที่หนึ่งจนพ่อแม่หน้าบานเป็นจานซานต้าขนาดนี้

 

เด็กเมื่อได้ฟังคนหน้างอถามแบบนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะ ก่อนร่างใหญ่จะโถมกอดพลางรั้งร่างบางเข้ามานอนกอดเอาไว้ในอ้อมอก แขนหนึ่งสอดรองใต้ศีรษะกลมเอาไว้พร้อมกันนั้นมือหนาก็ยกขึ้นเกลี่ยเส้นไหมสีเงินเล่นเพลินๆ ใบหน้าคมซุกไซร้ลงกับกลุ่มผมนิ่มไล่เลื้อยลงมาประทับจูบลงกับหน้าผากมนของคนในอ้อมแขน

 

 

“วันนี้นอนเป็นหมอนข้างให้หน่อยนะ อ่านหนังสือไม่หยุดเลยเหนื่อยจะแย่”

 

“ก็แล้วใครให้บ้าอ่านไม่หลับไม่นอนแบบนั้นกัน”

 

อดจะบ่นคนตัวใหญ่กว่าไม่ได้ กระนั้นเสียงหงุงหงิงที่ดังขึ้นก็ไม่ได้ทำให้รอยยิ้มที่เกิดจากแรงรัดเบาๆ ที่เอวสอบจางหายไปแต่อย่างใด กลับกันกลับกว้างขึ้นเรื่อยๆ ด้วยซ้ำเพราะใบหน้าเนียนที่ซุกลงมากับอกแกร่งอย่างจำนน

 

ถึงจะเสียฟอร์มแต่ว่าเขาเป็นผู้พิทักษ์นี่นะ คืนคำไม่ได้หรอก

 

“แล้วถ้าไม่อ่านแบบนั้นจะได้เต็มมาอวดมั้ยล่ะ”

 

เถียงกลับด้วยเสียงงึมงำไม่แพ้กันด้วยเปลือกตาที่เริ่มหนักอึ้งมากขึ้นทุกที กลิ่นหอมเย็นอ่อนๆ ที่ลอยอวลอยู่ทั่วทำให้ร่างกายที่เหนื่อยล้ามาตลอดอาทิตย์เร่งสปีดเข้าสู่ห้วงนิทรา แขนแกร่งกระชับกอดร่างผอมที่เป็นที่มาของกลิ่นสดชื่นเบาๆ ขณะที่เปลือกตาหนาค่อยๆ เลื่อนปิดลง กระนั้นริมฝีปากหยักก็ไม่วายแย้มยิ้มบางออกมายามที่โสตประสาทสุดท้ายรับเอาข้อความของใครอีกคนเข้ามาว่า

 

 

“ต่อให้ไม่ได้เต็มมาก็ยังได้รางวัลปลอบใจอยู่ดีไม่ใช่รึไงเล่าเด็กบ้า”

 

สำหรับนักกีฬาอย่างเขาแม้จะชอบฤดูใบไม้ผลิที่มีอากาศสดใสชวนให้ออกไปเล่นกีฬากลางแจ้งมากกว่าอุดอู้อยู่ในยิมก็ตามที แต่ว่ากับหิมะที่แม้จะเย็นไปสักนิดแต่ก็คอยโอบอุ้มหัวใจให้เย็นสบายได้ตลอดปี เพราะแบบนี้เขาถึงได้รักฤดูหนาวมากกว่าฤดูไหน แต่ที่รักมากกว่าใครก็...

 

My Frosty snow

 

 

 

 

 

-Fin-

 

 

ท.ทอร์ค

 

วันนี้มาสองเรื่อง แปลกมั้ย? ฮ่าๆๆๆ อันนี้เป็นความเวิ่นและฟินแอนด์มโนส่วนตัวของข้าเจ้าเองนั่นแหละ ถ้าใครรับไม่ได้ก็ปล่อยผ่านไปเถอะนะ แต่สำหรับคนอยากลองของแปลกก็เชิญตามสบาย ฮ่าๆๆๆ

อนึ่งพูดถึงน้องแจ็คสักนิด ดูแล้ววินแอนด์ฟินมากจริงๆ แจ็คหล่อ แจ็คเท่ห์ แต่แจ็คซึน ฮ่าๆๆๆ แจ็คน่ารักอะ ดูๆ ไปตอนแรกก็แบบ “เฮ้ยหล่อว่ะ เนี่ยพ่อของลูก” แต่พอดูๆ ไป...กูว่าหาพ่อให้พ่อของลูก(?)เถอะ ฮ่าๆๆๆ หลายคนดูแล้วถ้าจิ้นอาจจะจิ้นกับบันนี่นะ(จะมีมั้ยวะนั่น) แต่สำหรับเราผู้ซึ่งมองเห็นอะไรๆ ในตัวของเจมมี่(แล้วมันอะไร?) ก็เลยเกิดฟิคแบบนี้ขึ้นมา เอาเป็นว่าไม่มีอะไรแล้วนอกจากเอนจอยฟิคฉันนะคะ ^^

Comment

Comment:

Tweet

คู่นี้น่ารัที่สุดไปเลยน้า หวานจนคิดว่าน้ำแข็งของแจ็คจะละลายออกมามั้ยเนี่ยะเลยอ่ะconfused smile

#1 By loss on 2013-05-17 23:58