[OS] Double Standard(C.A.PxL.joe)

posted on 04 Nov 2013 16:58 by yyworld in iFic directory Fiction

Title : Double Standard

Rate : PG

Pairing : CAPJoe

Author’s Note : สุขสันต์วันบัง...#MrBangDay

 

 

 

[OS] Double Standard

 

 

 

 

อีบยองฮอน คือนักเรียนม.ปลายปีสองห้องเอที่เรียนเก่ง นิสัยดี เป็นกันเองจนใครๆ ก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าบยองฮอนน่ะน่ารัก...ยกเว้นบังมินซูไว้คน

 

ไม่ใช่ว่าเขามองว่าไอ้เตี้ยนั่นไม่น่ารัก ตรงกันข้ามในความคิดเขามันน่ารักมากจนอยากจะจับมาตีให้ก้นลายข้อหาทำตัวน่ารักเรี่ยราดเสียด้วยซ้ำ แต่ที่หมายถึงก็คือไอ้นิสัยทั้งหมดที่ว่ามา อีบยองฮอนไม่เคยเอามาทำกับเขาเลยสักอย่างต่างหาก!

 

บยองฮอนน่ะพูดเพราะกับทุกคน...ยกเว้นบังมินซู

 

บยองฮอนยิ้มกว้างจนตาปิดให้ทุกคน...ยกเว้นบังมินซู

 

บยองฮอนอ้อนทุกคน...ยกเว้นบังมินซู

 

และอีกสารพัดที่บยองฮอนทำกับทุกคน...ยกเว้นกับบังมินซู เป็นแบบนี้พูดก็พูดเถอะแฟนที่ไหนจะไปทนได้...แต่เขาก็ทนอีกนั่นล่ะ สงสัยว่าเขาจะถึกทนไม่ก็ตายด้านอย่างที่เพื่อนๆ มันบอกไว้จริงๆ ที่ทนพฤติกรรมสองมาตรฐานของบยองฮอนคนนี้ได้ ใช่ว่าเขาไม่พยายามจะบอกนะแต่พูดไปอีกคนก็ปล่อยให้มันผ่านทะลุหูไอ้ขนปุยสองตัวที่บ้านไปอย่างไม่คิดจะกักเก็บไว้ในสมองนั่นสักนิด เลยหมดความขยันจะพูดแล้ว

 

แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่พูดมาก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทนได้ทุกอย่างหรอกนะ เพราะบางอย่างมันก็มากจนไม่อยากจะทนอยู่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น...

 

 

“เย็นนี้พี่ชานยอลไปเล่นเกมกับผมมั้ย? เห็นว่าที่เซ็นเตอร์มีตู้เกมใหม่มาลงด้วยน้า”

 

ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะไอ้เสมิร์ฟตาตี่ มินซูล่ะอยากจะลุกออกไปลากไอ้ตัวเล็กๆ นั่นเข้ามาสั่งสอนให้เข็ดจริงๆ จะไปพูดเสียงอ่อนเสียงหวานกับใครเขาไม่ว่าหรอก แต่ทำไมต้องเป็นไอ้ยีราฟหูกางอย่างปาร์คชานยอลห้องบีด้วยก็ไม่รู้! ก็ไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวอะไรกันมากมายหรอก แค่บังเอิญว่าบยองฮอนติดมันหนึบยิ่งกว่าตุ๊กแกเกาะฝาบ้านอีกนี่สิ

 

 

“จริงเหรอ? น่าเสียดายจัง วันนี้พี่มีซ้อมบาสน่ะ ไว้วันหลังพี่จะไปกับเรานะ”

 

เสียดายบ้าบอคอแตกอะไรวะไอ้กระดูกขายาว ทำมาเป็นพูดดีว่ามีซ้อม จริงๆ แล้วแอบไปป้อแพคฮยอนผู้จัดการทีมล่ะสิไม่ว่า สาธุขอให้มันจีบไม่ติดเถอะ!

 

จึกๆ

 

“ทำหน้าอย่างกับฆาตรกรร้อยศพ เป็นไรปะเนี่ย”

 

อยากบอกอีบยองฮอนเหลือเกินว่าให้โอกาสพูดใหม่อีกรอบ หน้าหล่อๆ อย่างเขาเนี่ยนะเหมือนฆาตรกรโรคจิตแบบนั้น แต่ถึงถามไปก็คงได้คำตอบแบบเดิมดีไม่ดีอาจจะแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ

 

 

“เปล่า”

 

“ก็ดี แล้วนี่จะไปกินข้าวยัง? หิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้วเนี่ย”

 

หิวจนเขมือบช้างได้แต่ก็ยังไม่วายไปเจ๊าะแจ๊ะกับไอ้หนุ่มข้างห้อง(ของเขา)ได้นะคนเรา นอกจากไม่ง้อแล้วมันยังไม่สนใจเลยอีกต่างหากเดินนำลิ่วๆ ไปแบบไม่คิดจะรอกันสักนิด ปล่อยให้มินซูต้องเดินตามไปคนเดียวพร้อมมีสายตาสงสารของโจจงฮวานมองตามอยู่ข้างหลัง

 

ชีวิตบังมินซูแม่งโคตรบัดซบเลยจริงๆ

 

หลังจากกินมื้อเที่ยงที่ไอ้ขาสั้นไม่มีแม้แต่จะเงยหน้ามาคุยกันสักคำเสร็จก็ต้องเป็นอันแยกย้ายกันไปเรียน เนื่องจากกว่าที่บยองฮอนจะจ๊ะจ๋ากับพ่อนักบาสโรงเรียนเสร็จก็เลทมาเป็นสิบนาทีแล้ว ดังนั้นมินซูจึงทำอะไรไปไม่ได้มากกว่าการนั่งซึ้งใจจนน้ำตาแทบไหลอยู่คนเดียว นี่ก็คิดอยู่นะว่าว่างๆ จะหาเวลากราบขอบคุณไอ้เสมิร์ฟแคระที่อุตส่าห์สละเวลาตอนเที่ยงมากินข้าวด้วยทุกวันแบบนี้(ประชดสุดแล้ว)

 

เรียนไปได้สองคาบมินซูก็หลบไปนอนเล่นที่หลังยิมเพราะอาจารย์วิชาสุดท้ายลาป่วย เขาตั้งใจว่าจะงีบเสียหน่อยก่อนจะตื่นมาอีกครั้งตอนเย็นเพื่อส่งบยองฮอนกลับบ้าน เปลือกตาเข้มค่อยปิดลงด้วยความง่วงที่เข้ามาครอบงำ กระนั้นความคิดสุดท้ายก่อนหลุดเข้าสู่โลกแห่งความฝันก็ยังไม่วายคิดถึงบยองฮอน

 

หรือจะปล่อยมันให้อยู่เฝ้าไอ้ยีราฟฟันเกินนั่นดีวะ?

 

 

“พี่จงฮวานเห็นไอ้พี่มินซูปะ?”

 

เสียงแจ้วๆ ที่ถามมาจากรุ่นน้องตัวเล็กตรงหน้าทำเอาจงฮวานรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลเพราะซึ้งใจแทนเพื่อนเหลือเกิน เขาล่ะนับถือในน้ำอดน้ำทนของมินซูมากจริงๆ ที่สามารถทนกับไอ้ตัวแสบสองมาตรฐานนี่ได้ขนาดนี้

 

 

“หนีกลับไปแล้วมั้ง”

 

จงฮวานก็อยากจะลองบอกแบบนี้อยู่เหมือนกันถ้าไม่ติดว่ากลัวไอ้เด็กนี่มันจะดีใจที่แมวไม่อยู่หนูจะได้ร่าเริงน่ะนะ ดังนั้นการบอกความจริงจึงเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเพื่อนรักอย่างมินซูที่สุดแล้ว(ถ้าเป็นคุณเห็นแบบนี้ต่อให้ตีกันแทบตายยังไง คุณก็จะเกิดความเห็นอกเห็นใจและรักเพื่อนไปโดยปริยายอย่างแน่นอน)

 

 

“คงหลับอยู่หลังโรงยิมนั่นแหละ”

 

ตอบไปตามจริงก่อนหัวหน้าห้องซีจะก้มหน้ากลับลงไปอ่านหนังสือการ์ตูนในมือต่อ บยองฮอนเองก็พยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจพร้อมหมุนตัวกลับเตรียมตัวเดินออกไป ทว่าก็ต้องหันกลับมาใหม่เพราะเสียงเดิมที่เรียกเอาไว้

 

 

“บยองฮอน...วันนี้วันเกิดไอ้มินซูมันนะ”

 

 

 

“พี่แม่งน่าหมั่นไส้ว่ะ”

 

ว่าคนที่หลับอยู่พร้อมยู่หน้าใส่อย่างหมั่นไส้ หลังจากที่จงฮวานบอกเรื่องวันเกิดบยองฮอนก็ทำเพียงพยักหน้าหน่อยๆ ก่อนจะเดินออกมา รู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยที่ใครๆ ต่างก็พากันเข้าข้างไอ้พี่มินซูกันไปหมด ก็แค่ปีที่แล้วเขาลืมวันเกิดแฟนตัวเองไม่ได้หมายความว่ามันจะลืมยาวมาถึงปีนี้เสียเมื่อไหร่

 

ถึงแม้จะเพิ่งนึกขึ้นได้ตอนกินข้าวเที่ยงด้วยกันก็เหอะ

 

นัยน์ตาเรียวจ้องรูปหน้าเข้มของคนหลับสนิทเพื่อเก็บรายละเอียด ไม่บ่อยครั้งนักที่บยองฮอนจะมีเวลามาสนใจคนใกล้ตัวอย่างมินซูแบบนี้ ก็พอจะรู้ตัวอยู่เหมือนกันว่าทำตัวไม่น่ารักกับคนเป็นพี่เท่าไหร่ แต่จะให้ทำยังไงในเมื่อนี่เป็นวิธีแสดงออกของเขานี่นะ

 

ก็ไม่น่ารักกับแค่บังมินซูคนเดียวเท่านั้นแหละ

 

“แฟนใครทำไมขี้เซาจังวะ”

 

บ่นงึมงำกับตัวเองเบาๆ ก่อนใบหน้าขาวจะโน้มต่ำลงไป ลมหายใจอุ่นเป่ารดผิวเข้มอยู่ชั่วครู่คล้ายจะสังเกตปฏิกิริยาของคนหลับ เมื่อเห็นว่าอีกคนไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาง่ายๆ บยองฮอนจึงจิ๊ปากด้วยความขัดใจ แล้วริมฝีปากนุ่มก็กดลงตรงมุมปากหยักเบาๆ

 

ตื่นแล้วก็อย่ามาทวงของขวัญก็แล้วกัน

 

คนตัวเล็กผละใบหน้าขึ้นมาก่อนจะขำคิกคักอยู่คนเดียวกับคนอายุมากกว่าที่หลับไม่รู้เรื่องรู้ราว แก้มขาวร้อนหน่อยๆ กับการกระทำชวนเขินของเจ้าตัว นึกสมน้ำหน้าคนเป็นแฟนอยู่ในใจที่ไม่ได้มีโอกาสเห็นมุมน่ารักๆ ของเขาบ้าง

 

 

“นี่ ตื่นเร็ว...จะกลับบ้านแล้ว”

 

หากมินซูเป็นเจ้าชายนิทราแล้วละก็ หากตื่นมาแล้วเห็นว่าข้างต้นแขนมีฝ่าเท้าเล็กๆ ประกบอยู่อย่างนี้เห็นทีคงจะไม่อยากตื่น ชายหนุ่มถอนหายใจหน่ายๆ กับวิธีปลุกฉบับลามปามของบยองฮอน นี่ถ้าเป็นคนอื่นป่านนี้โดนเขาเตะโด่งลงถังขยะไปแล้ว

 

ร่างหนาลุกขึ้นบิดขี้เกียจไปมาขณะที่คนเด็กกว่าเดินไปชะเง้อมองชมรมวอลเล่บอลในโรงยิม มือใหญ่แตะลงข้างปากเบาๆ กับความรู้สึกอุ่นแปลกๆ ตรงบริเวณนั้น เมื่อครู่นี้เหมือนเขาจะฝันว่าถูกใครบางคนจูบเอา ลักษณะก็ตัวเล็กๆ บางๆ ขาวๆ คล้ายใครบางคนแถวนี้ แต่มันก็แค่ความฝันนั่นล่ะลำพังแค่จับมือกันยังนับครั้งได้เลยด้วยซ้ำ เรื่องจะมาหวังให้อีบยองฮอนทำตัวหวานแหววอะไรนั่น มันฝันกลางวันชัดๆ

 

 

“จะไปได้ยัง? อยากไปกินจัมปงร้านลุง”

 

“หืม?”

 

มินซูเลิกคิ้วขึ้นราวจะถามว่าน้องพูดอะไร ปกติแล้วเขาชวนไปเที่ยวเล่นที่ไหนบยองฮอนก็มักจะไม่ยอมไปเพราะอยากกลับบ้านไปเล่นกับไอ้ก้อนสีขาวๆ สองตัวที่บ้านเร็วๆ เพราะฉะนั้นการที่เจ้าตัวออกปากเองแบบนี้หมายความว่าวันนี้บังมินซูจะได้มีความสำคัญมากกว่าหมางั้นสิ?

 

 

“ก็วันนี้วันเกิดไม่ใช่หรือไง? เห็นว่าเป็นวันเกิดหรอกนะ จะยอมให้วันนึงก็ได้”

 

สาบานเลยว่าตั้งแต่เกิดมามินซูไม่เคยเห็นใครพูดไปหน้ามุ่ยไปแล้วน่ารักเท่าอีบยองฮอนมาก่อนในชีวิต ชายหนุ่มยิ้มออกมาพลางลุกขึ้นเดินเข้าไปหาคนที่เขาไม่คิดว่าจะจำวันเกิดเขาได้ด้วยใจที่เต้นแรงกว่าทุกครั้ง ก่อนจะต้องยิ้มกว้างและหัวใจทำงานหนักมากกว่าเก่าเพราะมือเล็กที่ยื่นมาข้างหน้า

 

 

“สุขสันต์วันเกิดนะ...พี่มินซู”

 

คนพูดรีบเอ่ยอวยพรรัวๆ ก่อนจะเบนหน้าหนีไปเสียอย่างนั้น พวงแก้มขาวแดงนิดยามนึกถึงคำเรียกแบบน่ารักๆ ที่ไม่ค่อยจะได้ใช้เมื่อครู่ มินซูมองเด็กน้อยที่ขโมยหัวใจเขาไปทั้งดวงด้วยความสุขที่มันวิ่งพล่านอยู่ข้างในพร้อมกุมมือเล็กนั่นเอาไว้

 

สำหรับคำถามที่ว่าทำไมเขาถึงยอมทนอยู่กับไอ้เด็กแก่นนี่จนถึงทุกวันนี้ คำตอบของมันก็คือมาตรฐานที่สองของบยองฮอนนั้นมีไว้ให้สำหรับมินซูคนเดียวยังไงล่ะ

 

 

 

 

 

-Fin-

 

 

 

ท.ทอร์ค!

 

สุขสันต์วันเกิดพ่อมิสเตอร์บัง!! *จุดพลุปุ้งๆ* ปีนี้ก็เป็นปีที่สองแล้วที่ได้เขียนฟิควันเกิดให้พ่อนะ แล้วก็เป็นอีกปีที่ไม่ได้เขียนถึงไอดอลพ่ออย่างที่ตั้งใจไว้เลยเช่นเดียวกัน ฮ่าๆๆ ขอโทษละกันนะปู่ที่ไม่ได้ออกมามีบทกับเขา อิอิ เมื่อคืนนี้ฟินเกือบตายกับโมเม้นแคปโจ ถ้าน้องบยองจะเอาใจพ่อเขาขนาดนั้นนะลูก หนูไม่ผูกโบว์แล้วยัดตัวเองลงกล่องเลยละคะ(มโนหนักไปแล้วป้า) ส่วนชื่อเรื่องนี่นึกถึงตอนสมัยเรียนมัธยม(ดูเหมือนนานมาก) เพื่อนมันเคยใช้ด่ากันเล่นๆ เลยยืมมาตั้งชื่อเสียหน่อย ฮ่าๆ

ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะยังไง ว่าจะย้ายบ้านแต่ก็ไม่รู้จะย้ายไปไหนดี มีที่เล็งๆ ไว้สองสามที่แต่ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจ ไว้ย้ายออกเมื่อไหร่จะมาแจ้งนะคะ ปุอิ๊งปุอิ๊ง

 

 

Comment

Comment:

Tweet